เกี่ยวกับบริษัท

บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“BC”)

ประกอบธุรกิจหลัก คือการสร้างโอกาสในการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ (Innovative Real Estate Solutions) ให้แก่ผู้ร่วมลงทุน ได้แก่ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบสร้าง-ดำเนินงาน-ขาย (Build-Operate-Sell: BOS) ประเภทโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานให้เช่า ในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชั้นใน ย่านสุขุมวิทตอนต้น และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

ผู้ร่วมลงทุนกับบริษัทฯ ได้แก่ กลุ่มสถาบัน (Institutional Investors) นักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth Investors) กลุ่มบริษัทของครอบครัวที่มีเงินลงทุนและต้องการร่วมลงทุน (Family Offices Investors) ภายใต้เงื่อนไขทางการค้า การเจรจา การดำเนินการทางกฎหมายและการปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด โดยร่วมลงทุนกับบริษัทฯ ในอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เริ่มพัฒนา (Green Field) และ/หรือในโครงการที่มีอยู่เดิม (Brown Field) และพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จ จนพร้อมให้บริการและมีกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างทางเลือกลงทุนในประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในที่ดินนั้นๆ (Highest and Best Use) เพื่อให้เกิดผลตอบแทนสูงสุดและสามารถสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องเป็นหัวใจหลัก

วิสัยทัศน์

เพื่อจะเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

พันธกิจ

เพื่อจะเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้จัดการสินทรัพย์ในระดับแนวหน้า ซึ่งเน้นรูปแบบการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ สร้าง-ดำเนินงาน-ขาย

คณะผู้บริหาร

นายปรับชะรัน ซิงห์ ทักราล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
นายเอกณัฐ อึ้งภากรณ์
ประธานฝ่ายปฎิบัติการ
นางสาวณัฏยา ฮวดสุนทร
ประธานฝ่ายควบคุมการบัญชีและการเงิน
นางสาวพรพิมล ชัยชนะขจร
รองประธานอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล
นางสาวสุรางค์ จิรัฐติกาลโชติ
รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาและก่อสร้างโครงการ

โครงสร้างองค์กร

คลิกเพื่อดูภาพขยาย

ลักษณะในการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างทางเลือกลงทุนในประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในที่ดินนั้นๆ เพื่อให้เกิดผลตอบแทนสูงสุดและสามารถสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องเป็นหัวใจหลัก

บริษัทฯ จะเป็นผู้ให้บริการเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการริเริ่มโครงการ (Origination) การพัฒนาโครงการ (Development) การบริหารจัดการโครงการ (Asset Management) ไปจนถึงการขายโครงการ (Exit) ซึ่งในแต่ละขั้นตอน บริษัทฯ จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการและ/หรือเป็นผู้บริหาร เพื่อให้โครงการเกิดมูลค่าสูงสุด

ธุรกิจโรงแรมและบริการ

อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์

ข้อมูลสำคัญทางการเงิน

ภาพรวมทางการเงิน

สถานะทางการเงินของบริษัทมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยมีการเข้ามาและปิดของโครงการที่ประสบความสำเร็จ

และมีกำไรสุทธิในปี 2560 เท่ากับ

23.1 ล้านบาท

บริษัทฯ มีสินทรัพย์ทั้งหมด 4 ประเภท คือ โอ๊ควูด อพาร์ทเมนท์ทริลเลี่ยน สุขุมวิท 18, โรงแรมโอโซ่ พัทยา, ศูนย์การค้าเรนฮิลล์ และ ไฮแอทเพลส ภูเก็ต

รายได้รวม และสินทรัพย์รวม
หน่วย : ล้านบาท

กลยุทธ์การแข่งขันที่สำคัญ

กลยุทธ์ในการร่วมลงทุน :

BC เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมลงทุนสามารถเข้ามาร่วมลงทุนได้มากถึง 74% โดย BC จะนำเสนอทางเลือกในการร่วมลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์แก่ผู้ร่วมลงทุน ซึ่งทางเลือกดังกล่าว BC เป็นผู้ศึกษาโครงการ จัดหาที่ดิน ตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดิน ประเมินความเป็นไปได้และความคุ้มค่าของโครงการ (Feasibility Study) โดยการริเริ่มดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งประเภทรายได้ให้แก่ BC

กลยุทธ์ในการเลือกทำเลที่ดี :

BC จะเลือกพัฒนาโครงการในทำเลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งมีแนวโน้ม การเติบโตของตลาดการท่องเที่ยว และ/หรือทำเลที่มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินและมูลค่าของสินทรัพย์ที่สร้างขึ้นในอนาคต เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เกาะสมุย ภูเก็ต กระบี่ และเมืองในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก รวมถึงพัทยา เป็นต้น

กลยุทธ์ในการเลือกผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ที่เหมาะสม :

BC จะเลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในแต่ละประเภทอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ รวมถึงมีประสบการณ์การบริหารเป็นที่ยอมรับ มีฐานลูกค้าที่ให้ความเชื่อถือจำนวนมาก มีรูปแบบการบริหารที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกลุ่มบริษัทฯ โดยจะพิจารณาจากผลงานในอดีตที่ผ่านมาเป็นสำคัญ

กลยุทธ์ในการพัฒนาแบรนด์ของ BC เอง :

BC ได้พัฒนาแบรนด์ของตนเอง ซึ่งได้แก่ แบรนด์ เจอร์นี่ย์ ฮับ สำหรับโรงแรมแนวไลฟ์สไตล์ ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นนักเดินทางที่เป็นนักท่องเที่ยวอิสระ ที่ชื่นชอบการเดินทางแบบประหยัดแต่คุ้มค่า โดย BC จะบริหารจัดการโครงการ ที่ใช้แบรนด์ดังกล่าวด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ของ BC เอง

กลยุทธ์การเพิ่มอัตราผลตอบแทน :

การดำเนินธุรกิจในรูปแบบสร้าง-ดำเนินงาน-ขายทำให้กลุ่ม BC สามารถนำเงิน ที่ได้รับจากการจำหน่ายโครงการไปพัฒนาโครงการใหม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเทียบกับการดำเนินงานโครงการโดยทั่วๆ ไปซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการสะสมกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนที่ได้จากการดำเนินธุรกิจแบบสร้าง-ดำเนินงาน-ขายนั้นอยู่ใน ระดับที่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานโครงการโดยทั่วๆ ไป

กลยุทธ์ในการทำให้สินทรัพย์เป็นที่ต้องการ ของผู้ซื้อโครงการ :

การประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ในรูปแบบสร้าง-ดำเนินงาน-ขายส่งผลให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบริษัทฯ เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อโครงการทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากผู้ซื้อโครงการสามารถเข้าดำเนินงานได้เลยโดย ไม่ต้องรับความเสี่ยงในการขอใบอนุญาตและความเสี่ยงในการก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ในการควบคุมดูแลให้ต้นทุนและระยะเวลาการก่อสร้างเป็นไป ตามกำหนดที่วางไว้ ส่งผลให้โครงการของกลุ่มบริษัทฯ เป็นที่ต้องการในตลาด

หนังสือชี้ชวน
เสนอขายหลักทรัพย์

อ่านเพิ่มเติม